ช่างโซลาร์ต้องรู้! ตู้ไฟงานบ้าน MEA และ PEA ต่างกันตรงไหน
- KLANG SOLAR

- Jan 15
- 1 min read
จุดแตกต่างระหว่างตู้ไฟงานบ้านของ MEA และ PEA
สิ่งที่ช่างและเจ้าของบ้านต้องรู้ก่อนติดตั้งโซลาร์
ในการติดตั้ง โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop – Residential)หลายคนมักเข้าใจว่า “ทำตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท. - EIT) ก็น่าจะพอ
แต่ในความเป็นจริง การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)มีแนวทางตรวจรับและมุมมองด้านความปลอดภัยที่ แตกต่างกันในรายละเอียด

ผลลัพธ์คือ👉 ใช้ตู้ไฟหน้าตาเหมือนกัน อาจผ่าน MEA แต่ไม่ผ่าน PEA (หรือกลับกัน)
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตู้ไฟโซลาร์งานบ้าน ของ MEA และ PEA ต่างกันตรงไหนควรออกแบบอย่างไรให้ “จบตั้งแต่ครั้งแรก”
ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกัน: ทั้ง MEA และ PEA อ้างอิงมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งสองหน่วยงานอ้างอิงหลักจาก
[ไทย] มาตรฐาน วสท. 022013-59
[สากล] IEC 60364-7-712 (Solar PV)
แต่สิ่งที่ต่างคือ👉 วิธีการตีความ + สภาพระบบไฟเดิมในพื้นที่
ซึ่งสะท้อนออกมาโดยตรงที่ “ตู้ไฟงานบ้าน”
1. ระบบสายดิน (Grounding) — จุดต่างที่สำคัญที่สุด
แนวทางของ MEA
พื้นที่ให้บริการของ MEA (กทม., นนทบุรี, สมุทรปราการ)มีระบบไฟฟ้าเมืองที่ค่อนข้างสมบูรณ์และเป็นระบบ TN-C-S ชัดเจน
แนวปฏิบัติที่พบจริง
บังคับให้ Bonding กราวด์โซลาร์เข้ากับกราวด์หลักของอาคาร
❌ ไม่อนุญาตให้ตอกแท่งกราวด์โซลาร์แยกอิสระ
เน้น “ศักย์ไฟฟ้าต้องเท่ากันทั้งระบบ”
ผลกับตู้ไฟ
ตู้ Combiner ต้องมีจุดต่อสายดินที่ชัดเจน
เดินสายดินกลับตู้ MDB เดิมของบ้าน และเชื่อมเข้ากับระบบกราวด์เดิม
แนวทางของ PEA
PEA ดูแลพื้นที่ 74 จังหวัด ซึ่งมีสภาพระบบไฟเดิม หลากหลายมาก
แนวปฏิบัติที่พบจริง
เปิดโอกาสให้ “ปรับปรุงระบบกราวด์” ตามสภาพหน้างาน
หากกราวด์เดิมไม่ดี → อาจให้เสริมแท่งกราวด์ใหม่ (ไม่ต้องเชื่อมกับของเดิม)
เน้นค่าความต้านทานดิน ต้องต่ำกว่า 5 โอห์ม
ผลกับตู้ไฟ
ต้องเตรียมจุดต่อกราวด์ให้รองรับการเสริมระบบ
บางพื้นที่ตรวจค่ากราวด์จริงก่อนอนุญาตขนานไฟ
2. อุปกรณ์กันไฟรั่ว (RCBO / RCD) ในตู้ไฟ
ความจริงทางเทคนิคที่ต้องรู้
อินเวอร์เตอร์บ้านส่วนใหญ่เป็นแบบ Transformerless
มุมมองของ PEA
พื้นที่โล่ง ความเสี่ยงสูง
มัก “แนะนำเชิงบังคับ” ให้ติด RCBO Type B
ลดปัญหาไฟรั่วและการตัดผิดพลาดในระยะยาว
มุมมองของ MEA
หากระบบกราวด์และ Bonding ถูกต้อง
ใช้ MCB + ระบบสายดินที่ดี ก็ถือว่าเพียงพอ
ไม่บังคับ RCBO เท่า PEA (แต่ติดเพิ่มย่อมปลอดภัยกว่า)

3. อุปกรณ์กันไฟกระชาก (SPD) ในตู้ Combiner
PEA
พื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่าสูง
แนะนำ SPD สเปกสูงกว่า (เช่น Type 1+2 หรือ Type 2 Iimp สูง)
ตรวจเรื่องการต่อสายดิน SPD ค่อนข้างละเอียด
MEA
พื้นที่เมือง ความเสี่ยงต่ำกว่า
ยอมรับ SPD มาตรฐาน Type 2 สำหรับงานบ้าน
แต่ต้องติดตั้งถูกตำแหน่งและเดินกราวด์ถูกต้อง
4. ภาพรวมที่สะท้อนมาถึง “ตู้ไฟงานบ้าน”
สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ “หน้าตาตู้”แต่คือ แนวคิดการป้องกัน
MEA → เน้นระบบเดิมต้องสมบูรณ์ และไม่สร้างกราวด์ใหม่
PEA → เน้นความปลอดภัยตามสภาพพื้นที่จริง แม้ต้องเสริมระบบ
เพราะฉะนั้นตู้ไฟที่ออกแบบแบบกลาง ๆ โดยไม่คิดพื้นที่คือสาเหตุหลักที่ทำให้หลายบ้าน “โดนแก้งานตอนตรวจ”
สรุป: ตู้ไฟงานบ้าน MEA vs PEA เลือกผิด = แก้หน้างาน
ตู้ไฟโซลาร์ ควรเลือกติดตั้งให้เหมาะสมกับระบบการไฟฟ้าที่บ้านเชื่อมต่ออยู่
ต้องรู้ก่อนว่าโครงการอยู่ในพื้นที่ MEA หรือ PEA
การเลือกอุปกรณ์ในตู้ (กราวด์, SPD, RCBO) ต้องสอดคล้องแนวทางเขต
👉 การออกแบบถูกตั้งแต่ต้นช่วยให้✔ ผ่านการตรวจ✔ ไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ และเวลาที่ต้องใช้ในการรื้อ✔ ระบบปลอดภัยจริงในระยะยาว

🔧 Klang Solar ช่วยคุณ “จบตั้งแต่แบบ”
Klang Solar ให้คำปรึกษาและจัดชุด ตู้ Combiner งานบ้านที่ออกแบบตามแนวทาง MEA และ PEA แยกชัดเจน
หากคุณไม่แน่ใจว่า
แบบที่ใช้อยู่ผ่านหรือไม่
อุปกรณ์ในตู้ครบตามที่เขตตรวจจริงหรือเปล่า
📌 ติดต่อเราได้ที่ www.klangsolar.comก่อนติดตั้ง ดีกว่าแก้ทีหลังครับ




Comments